• post today nipon1ทีดีอาร์ไอชี้เด็กไทยจบป.ตรีด้อยคุณภาพ

    ทีดีอาร์ไออัดเรียนจบป.ตรียิ่งด้อยคุณภาพแนะจัดการศึกษาอิงการทำงานสนองความต้องการของภาคเอกชน ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ นายนิพนธ์ พัวพงศกร ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวในการจัดสัมมนาประจำปีของสถาบันทีดีอาร์ไอ ในหัวข้อ “ยกเครื่องการศึกษาไทย: สู่การศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง”ว่า ผลการวิจัยพบปรากฏการณ์2อย่าง คือ ส่วนต่างค่าจ้าง (wage premium) ระหว่างคนจบมหาวิทยาลัยกับมัธยมปลาย มีแนวโน้มสูงขึ้นมาก การเรียนมหาวิทยาลัยให้ผลตอบแทนสูงกว่า ข้อค้นพบประการที่สอง คือ การเพิ่มจำนวนนักศึกษามหาวิทยาลัยอย่างรวดเร็ว ขณะที่สถาบันการศึกษาหลายแห่งยังขาดความพร้อม ทำให้แรงงานที่จบมหาวิทยาลัยมีคุณภาพแตกต่างกันมาก ผู้จบอุดมศึกษาหลายสาขามีอัตราว่างงานสูง ทั้งที่ตลาดแรงงานยังมีความต้องการแรงงานให้สาขาดังกล่าว ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจธุรกิจขนาดใหญ่และอุตสาหกรรมบางประเภทที่ประสบปัญหาไม่ สามารถคัดเลือกแรงงานที่มีคุณภาพและทักษะ ต้องเข้ามาจัดการศึกษาด้วยตนเอง สาขาที่นิยมเปิด ได้แก่ วิศวกรรม และการบริหารธุรกิจ ทั้งๆ ที่เป็นสาขาวิชาที่มีการผลิตบัณฑิตเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ระบบการจัดการศึกษาแบบอิงกับการทำงาน (work-based learning) ของสถาบันการศึกษาที่จัดตั้งหรือได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน 5 แห่ง พบว่าเบื้องหลังความสำเร็จของสถาบันทุกแห่ง มีปัจจัยร่วมที่สำคัญ ได้แก่ นวัตกรรมการสร้างหลักสูตร และวิธีการเรียนการสอนที่สามารถตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจ “นักศึกษาที่จบการศึกษาได้งานทำ 100% เงินเดือนดี มีอนาคต ระบบบริหารเอกชนมีความคล่องตัว อาจารย์มีแรงจูงใจผู้บริหารมีความรับผิดชอบ และเบื้องหลังความสำเร็จทุกโครงการมีบุคคลสำคัญที่วงการธุรกิจให้ความเชื่อ ถือ เป็นผู้ให้แนวคิด ผลักดัน และประสานงานกับทุกฝ่ายในช่วงจังหวะที่รัฐมีนโยบายและกฎหมายเอื้ออำนวยให้ ภาคเอกชนเข้ามาจัดการศึกษา” นิพนธ์ กล่าว ที่มา : www.posttoday.commore

  • padermchai chaoprayanewsตั้งมาตรฐาน"ครูสอนภาษาอังกฤษ"จากฟิลิปปินส์

  • daily new studentสทศ.เพิ่มมาตรการคุมเข้มสอบโอเน็ต

  • moe suchart leftเงินบริจาคเพื่อการศึกษา

  • moe suchart principle testประชุม ๗ องค์กรในกำกับ

  • anudit bankokvoiceโยกงบฯจัดซื้อ"แท็บเลต"เด็กป.1ให้ไอซีทีคุม พร้อมชงแผนทั้งหมดเข้าครม.21ก.พ.นี้

  • studentปีการศึกษา 2555 ปฏิทินการรับนักเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

  • khomchadluk studentเปิดวิสัยทัศน์ รมว.ศธ. ผศ.ดร.ไพโรจน์ เบาใจ

    การศึกษา : คอลัมน์ เปิดวิสัยทัศน์ ผศ.ดร.ไพโรจน์ เบาใจ – แนะปั้นครูสอนดี … ต้องเก่งทั้งศาสตร์-ศิลป์ : โดย … กมลทิพย์ ใบเงิน ความไม่ชัดเจนในแนวนโยบายการผลิตครูพันธุ์ใหม่ของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ภายใต้ความรับผิดชอบของ “ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กำลังถูกสังคมตั้งคำถามว่า “ทิศทาง” และ “อนาคต” ของการผลิตครูจะเป็นอย่างไรนั้น คงต้องติดตาม!! แต่ในทัศนะของ “ผศ.ดร.ไพโรจน์ เบาใจ” ผู้เชี่ยวชาญพิเศษเทคโนโลยีทางการศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา ประธานหลักสูตรครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีการสื่อสารและการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม และในฐานะที่เป็น “ครูของครู” มากว่า 30 ปี กลับเห็นว่า การผลิตครูสอนดีนั้น มีแค่พันธุ์เดียวคือ ต้องเก่งทั้งศาสตร์และศิลป์ ต้องผ่านสนามการสอนจริงมาทุกระดับการศึกษา ก่อนจะเป็น “ครูประจำการ” “การจะผลิตครูดีต้องดูตั้งแต่ in put ต้องดี out put ถึงจะดีตามไปด้วย เพราะครูสอนดีมีแค่พันธุ์เดียว ที่มีความเก่งทั้งศาสตร์และศิลป์อยู่ในตัวคุณครู ส่วนครูที่ไม่ดีไม่เรียกว่าครู แต่เรียกว่า “รับจ้างเป็นครู” เพราะถ้าเป็นครูต้องเป็นครูมืออาชีพ ไม่เรียกว่าครูพันธุ์ใหม่ หรือครูพันธุ์เก่า เพราะครูมีแค่พันธุ์เดียวคือครูสอนดีและเป็นมืออาชีพเท่านั้น” “in put” ในการผลิตครูในอดีตเมื่อเปรียบเทียบกับ “in put” การผลิตครูในปัจจุบัน ต้องยอมรับว่าแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะเส้นทางการผลิตครูคุณภาพได้ครูสอนดีสอนเก่งในอดีตนั้น more

  • graph matichonทีดีอาร์ไอ.ชี้ ปฎิรูปการศึกษาไทยต้องกระจายคุณภาพอย่างทั่วถึง

  • graph1400 อันดับมหา"ลัยโลกของไทม์ : กระจกเงาระดับโลก..เมื่อไทยเกือบไม่ติดฝุ่น

  • การศึกษา10 อาการที่ทำให้ต้องผ่าตัดใหญ่การศึกษาไทย

  • padermchai chaoprayanewsตั้งมาตรฐาน"ครูสอนภาษาอังกฤษ"จากฟิลิปปินส์

    นายเผดิมชัย  สะสมทรัพย์   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานให้การต้อนรับ  นางลิงลีไง เอฟ ลาคันลาเล  เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ประจำประเทศไทยในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ พร้อมหารือถึงแนวทางความร่วมมือด้านแรงงาน  และแนวทางการจัดทำข้อตกลงด้านแรงงานระหว่างไทยและฟิลิปปินส์ร่วมกันเพื่อให้ แรงงานทั้งสองประเทศได้รับการดูแลและคุ้มครองอย่างเหมาะสม   นอกจากนี้ทางฟิลิปปินส์ได้เชิญให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเดินทางไปดู งานในด้านการบริหารจัดการด้านแรงงานและการจัดการเรื่องภัยพิบัติที่ประเทศ ฟิลิปปินส์  เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน  เนื่องจากที่ผ่านมาฟิลิปปินส์ก็เป็นประเทศหนึ่งที่มีประสบการณ์ด้านภัย พิบัติอยู่บ่อยครั้ง  และเพื่อเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างไทยและฟิลิปปินส์ อย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้นในอนาคต   นางลิงลีไง เอฟ ลาคันลาเล กล่าวว่า ในปัจจุบันมีแรงงานจากประเทศสาธารณรัฐฟิลิปปินส์เดินทางเข้ามาทำงานในประเทศ ไทยจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เข้ามาเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษในประเทศไทย  ดังนั้น  จึงขอความร่วมมือจากกระทรวงแรงงานไทยได้หารือร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ  เพื่อกำหนดกรอบ  หลักเกณฑ์ คุณสมบัติ  และมาตรฐานที่เหมาะสมสำหรับอาจารย์จากต่างประเทศ ที่เข้ามาสอนในประเทศไทยเพื่อให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น  เนื่องจากประเทศฟิลิปปินส์เองก็เป็นประเทศหนึ่งที่มีการจัดส่งแรงงานไปทำงาน ในหลายประเทศ   รวมทั้งประเทศไทยและในโอกาสต่อไปคงจะได้มีการหารือร่วมกัน  ในรายละเอียดการจัดส่งแรงงานฟิลิปปินส์เข้ามาทำงานในประเทศไทย   นอกจากนี้ยังได้แสดงความชื่นชมประเทศไทยที่ได้มีการเตรียมการรองรับปี ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ที่มา : www.matichon.co.th ภาพประกอบ : http://www.chaoprayanews.com/wp-content/uploads/2011/12/0041.jpgmore

  • moe suchart principle testก.ค.ศ.เห็นชอบหลักเกณฑ์การสอบรอง ผอ.-ผอ.สถานศึกษา

  • siripornกคศ.อนุมัติเลื่อนวิทยฐานะ ผู้บริหาร-ครูเชี่ยวชาญจากผลงานวิชาการ

  • teachจ่ายโอที"ครู"สอนเกิน 20 ชั่วโมง/สัปดาห์

  • Singapore1-300x224ระบบการศึกษาสิงค์โปร์ ดีอย่างไร

    ระบบการศึกษาในประเทศสิงคโปร์ สิงคโปร์มีระบบการศึกษาที่เป็นเลิศประเทศหนึ่งของโลก ทุกโรงเรียนควบคุมโดยกระทรวงศึกษาธิการโดยตรง ระบบการศึกษาของสิงคโปร์แบ่งเป็นชั้นประถมศึกษาใช้ระยะเวลา 6 ปี และมัธยมศึกษาใช้ระยะเวลา 4 ปี จากนั้น ต่อด้วยการเรียนในระดับสูงขึ้น เช่น โปลีเทคนิค จูเนียร์คอลเลจ และมหาวิทยาลัย และการที่จะได้คัดเลือกเข้าเรียนที่โรงเรียนสิงคโปร์นั้น นักเรียนจำเป็นจะต้องทำการสอบเพื่อประเมินผลโดยการสอบเข้าโรงเรียนนั้น นักเรียนจำเป็นต้องสอบภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ เป็นวิชาหลัก และอาจมีการทดสอบภาษาจีน ขึ้นอยู่กับโรงเรียนที่นักเรียนต้องการสอบเข้า และสำหรับนักเรียนต่างชาติที่มีความประสงค์จะเข้าศึกษาต่อในประเทศสิงคโปร์ จำเป็นต้องเสียค่าบำรุงการศึกษา (Donations) ให้กับกระทรงศึกษาธิการของสิงคโปร์ เป็นจำนวนเงิน S$1,000 ทุก ๆ 2 ปี สำหรับเงินบริจาคนี้ไม่สามารถขอคืนได้ ทำไมถึงเลือกเรียนที่ประเทศสิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์มีค่าใช้จ่ายถูกกว่าประเทศอื่น เช่น ออสเตรเลีย อเมริกา อังกฤษทั้งด้านการเรียน และ ค่าที่อยู่อาศัย ค่าตั๋วเครื่องบิน และยังสะดวกในการเดินทาง เนื่องจาก ประเทศสิงคโปร์อยู่ใกล้กับประเทศไทย โดยใช้ระยะเวลาการบินเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น และนอกจากนี้ การที่ได้ไปศึกษาที่ประเทศสิงคโปร์ นักเรียนยังได้เรียนรู้ถึง 2 ภาษา ซึ้งมีภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก และสามารถเลือก ภาษาจีน,ภาษามาเลย์และทมิฬภาษาใดภาษานึ่งเป็นภาษารอง การศึกษาในระดับประถมศึกษา (Primary Schools) ระบบการศึกษาในระดับประถมศึกษาที่สิงคโปร์นั้นจะแบ่งการสอนออกเป็น 2 ช่วง คือ เช้า และบ่าย การรับสมัครนักเรียนใหม่จะขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละโรงเรียน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 4 more

  • matichon jellprickม.ขอนแก่นเจ๋ง! วิจัยใช้ได้จริง "เจลพริก" แก้ปวด คลายกล้ามเนื้อ

    มหาวิทยาลัย ขอนแก่น เป็นอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่กำลังก้าวขึ้นไปสู่มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ภารกิจของมหาวิทยาลัยส่วนหนึ่ง ก็คือการนำงานวิจัยมาเผยแพร่และพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ โดยมีสำนักงานอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นตัวกลางในการต่อยอดงานวิจัยออกสู่เชิงพาณิชย์ นางสาวสุจิตราภรณ์วงษ์ศรีแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ สำนักงานอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่นกล่าวถึงบทบาทของอุทยานวิทยาศาสตร์และความสำเร็จของการต่อยอดธุรกิจไว้ได้น่าสนใจ โดยล่าสุดมีผลิตภัณฑ์จากการวิจัยได้นำไปต่อยอดพัฒนาใช้ได้จริงและวางจำหน่ายแล้วหนึ่งในนั้นคือ “เจลพริก” ยาแก้ปวด ช่วยคลายกล้ามเนื้อ “capsika jel เจลพริกยาแก้ปวดช่วยในการคลายกล้ามเนื้อ เป็นการ ถ่ายทอดเทคโนโลยีโดยตรงคือเป็นงานวิจัยของนักวิจัยซึ่งได้คิดค้นวิจัยพันธุ์พริกที่เผ็ดมากกว่าชนิดอื่น คือพันธุ์ “ยอดสน-80″ขณะนี้มีผู้ประกอบการ นำไปผลิตและจำหน่ายเรียบร้อยแล้วสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป ในกรณีของ capsika jelภาคเอกชนจะซื้อเมล็ดพันธุ์พริกยอดสน-80 จาก นักวิจัยให้เกษตรกรปลูกซึ่งทางบริษัทรับซื้อผลผลิตและผลิตเป็นตัวยาแต่เพียงผู้เดียวโดยมีสัญญาระหว่างนักวิจัยกับเอกชนเป็นเวลา5 ปีขณะนี้บริษัทดำเนินการผลิตและจำหน่ายมาแล้ว1 ปี” “สุจิตราภรณ์” บอกว่าบทบาทประการแรกของมหาวิทยาลัย คือการนำเอางานวิจัยของมหาวิทยาลัยไปเผยแพร่สู่ผู้ประกอบการ พูดง่ายๆเอางานวิจัยไปหาผู้ประกอบการ เป็นแมวมองนำงานวิจัยที่อยู่ในมหาวิทยาลัยและมีความพร้อมในระดับหนึ่งมาจับคู่ธุรกิจกับผู้ประกอบการที่สนใจหรือนำผู้ประกอบการมาหางานวิจัย โดยที่ผ่านมาผู้ประกอบการนำงานวิจัยไปใช้แล้วถึง 24 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการในกลุ่มอาหาร โดยเฉพาะขนมไทยราว 10 ราย ที่เหลือคือผู้ประกอบการ และงานวิจัยในกลุ่มเครื่องสำอางจากสมุนไพรธรรมชาติ ที่มา: http://www.prachachat.net/newsmore

  • posttoday pornchai tammasatมติมธ.อนุญาตให้จัดกิจกรรมม.112ทางวิชาการได้

  • admission-sunantaมร.สส.รับตรงออนไลน์รู้ผลสอบทันที

  • kasetม.เกษตรฯ ครองแชมป์มหาวิทาลัยบนโลกไซเบอร์ของไทย และอันดับที่ 161 ของโลก


Uses wordpress plugins developed by www.wpdevelop.com